12 สิงหามหาราชินี พระบารมีมากล้นรำพัน สู่ชาวจังหวัดนราธิวาส

ระยะเวลากว่า 70 ปี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  สด็จพระราชดำเนินติดตามพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยี่ยมเยียนราษฎรทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 เป็นต้นมาจนถึงปีพ.ศ. 2550  พระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจยังพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดนราธิวาส ทรงรับทราบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรมากขึ้น และได้มีพระราชดำริให้ส่วนราชการต่าง ๆ ช่วยเหลือพสกนิกรให้มีความกินดีอยู่ดี

พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริเป็นแนวทางการดำเนินงาน  เกิดโครงการอันเนื่องพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสหลายโครงการหลากสาขา ทั้งด้านพัฒนาที่ดิน  น้ำ  พืช  สัตว์  ประมง และด้านศิลปาชีพ เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยมีโครงการดังนี้

1.โครงการจัดหาน้ำสนับสนุนหมู่บ้านศิลปาชีพ (บ้านเล็กในป่าใหญ่) นิคมสร้างตนเองสุคิริน และบ้านไอร์ปาโจ ที่ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน เป็นโครงการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และส่งเสริมกิจกรรมทำการเกษตร ให้แก่ราษฎรทั้ง 2 หมู่บ้าน

2.โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านตอหลัง-ทรายขาว   โดยให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ช่วยเหลือราษฎรในการพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดให้ใช้ประโยชน์ในการทำเกษตรกรรมได้ พร้อมสนับสนุนการปลูกพืชผักพืชไร่ไม้ผลแบบผสมผสานไปกับการเลี้ยง  จนเกษตรกรสามารถปลูกข้าวเป็นอาชีพหลัก นำไปบริโภคและจำหน่าย รวมถึงแปรรูปจำหน่ายเป็นข้าวกล้อง สร้างรายได้เพิ่มในครัวเรือนมาจนถึงทุกวันนี้ ยังความปลื้มปีติของเกษตรกรบ้านตอหลังอย่างหาที่สุดมิได้

3.โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านโคก- จูโว๊ะ ตำบลจวบ และตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เป็นพื้นที่หนึ่งในโครงการฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตรในเขตลุ่มน้ำบางนรา พื้นที่บ้านโคก ตำบลจวบ ที่มีสภาพเป็นที่ลุ่มทำนาไม่ได้ผล เกษตรกรจึงปล่อยที่ดินทิ้งร้าง ดินแปรสภาพเป็นดินเปรี้ยวจัด พระองค์ได้มีพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ พัฒนาพื้นที่และฟื้นฟูให้เกษตรกรใช้พื้นที่ทำการเกษตร และสามารถปลูกข้าวได้ดังเดิม ข้าวให้ผลผลิตดีแต่มีแมลงศัตรูพืชทำลายผลผลิตข้าวจนได้รับความเสียหายอย่างมาก        จนสามารถแก้ไขและกำจัดแมลงศัตรูพืชให้ลดลงได้  ต่อมาได้พัฒนาพื้นที่ที่เป็นที่ดอนส่วนหนึ่งของบ้านโคก จัดทำเป็นโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ พร้อมทั้งสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มทำเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ ทำให้มีผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือนส่วนที่เหลือจำหน่ายในหมู่บ้าน

ส่วนพื้นที่บ้านจูโว๊ะ เกษตรกรยังใช้พื้นที่ทำนาประมาณ 30 ไร่ บางพื้นที่ปลูกอ้อยคั้นน้ำ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา

4.โครงการสวนพฤกษศาสตร์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีพระราชดำริ ในปี 2542 โดยให้สวนพฤกษศาสตร์เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ประจำถิ่น ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ และดำเนินโครงการให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งมีผู้สนใจไปท่องเที่ยวเดินป่าศึกษาธรรมชาติของพันธุ์ไม้

5.โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ได้สร้างอาชีพและรายได้ให้ราษฎรทั่วประเทศ    ดังพระราชดำรัสบางตอน เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๒ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา  ความว่า  “ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่  ขาวนา หรืออาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อนและฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด  ขอเพียงแต่ให้เขาได้มีโอกาสฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็น”  สำหรับจังหวัดนราธิวาสมีทั้งกลุ่มทอผ้า ปักผ้า จักสานกระจูด ย่านลิเพา เตย ปาหนัน ส่วนใหญ่เป็นวัสุดที่หาได้ในท้องถิ่น เมื่อนำมาแปรรูปด้วยวิธีการต่าง ๆ มีความละเอียด ประณีต ได้เพิ่มมูลค่าของสินค้า และมีศูนย์ศิลปาชีพเครื่องปั้นดินเผา บริเวณเขตพระราชฐาน พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ โดยให้ราษฎรเข้าไปศึกษาเรียนรู้วิชาชีพต่าง ๆ เพื่อประกอบอาชีพ ได้แก่ เครื่องปั้นดินเผา การเขียนลาย ลงสี การแกะสลัก การจักสานย่านลิเภา  ผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผามีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ทางภาคใต้จึงได้รับความนิยมเรื่อยมา

6.กลุ่มทอผ้าขาวม้าและทอผ้าลายดอกบ้านตอหลัง เริ่มตั้งแต่ปี 2531 โดยให้ชาวบ้านใช้เวลาหลังจากกรีดยาง ปลูกผัก ทำนา แล้วมารวมกลุ่มทอผ้าภายในวัดคันธาริการาม หรือวัดตอหลัง  ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส  โดยมีเจ้าหน้าที่งานส่งเสริมอุตสาหกรรม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ เป็นครูสอนทอผ้าลายดอกต่างๆ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ ความโดดเด่น ของลวดลาย ต่อมาได้คิดค้นการใช้เทคนิคการทอผ้าชั้นสูงเป็น 7 ตะกอ 12 เท้าเหยียบ ซึ่งจะได้ลวดลายผ้าที่มีความละเอียดประณีตสวยงาม ทำให้ลายผ้าดูโดดเด่นงดงามมากขึ้น เช่น ลายสายหยุด และลายพิกุลพลอย  และได้คิดค้นลายต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ได้แก่ ลายรสสุคนธ์ ทองอุไร จันทร์กระพ้อ พิกุลพลอย ดาวกระจาย ลายบานไม่รู้โรย ฯลฯ และมีลูกค้าให้ความสนใจสั่งซื้อสินค้าจำนวนมาก จนทำให้สมาชิกทอผ้าผลิตไม่ทัน และกลุ่มทอผ้าลายดอกยังได้รับรางวัลจากการประกวดผ้าทอในงานต่าง ๆ  จนเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น สมาชิกกลุ่มทอผ้าบ้านตอหลัง มีความสุขและมีรายได้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นอีกด้วย

7.โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งผลิตอาหารและ เป็นแหล่งจ้างแรงงานในชุมชนนั้น ๆ โดยรับสมัครผู้ว่างงานในพื้นที่เข้าปฏิบัติงาน เพื่อเรียนรู้และฝึกอาชีพด้านการเกษตร  สำหรับโครงการฟาร์มตัวอย่างในจังหวัดนราธิวาสเกิดขึ้นเป็นแห่งแรกในปี 2543 คือ โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โคกบาฆาบือซา ตำบลกะลุวอ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ต่อมาได้จัดตั้งฟาร์มตัวอย่างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีที่อยู่อาศัยและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยให้บ้านที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำการเกษตรรอบบ้าน

ปัจจุบัน โครงการฟาร์มตัวอย่าง  5 จังหวัดภาคใต้ มีจำนวน 35 ฟาร์ม  จังหวัดนราธิวาส มีจำนวน 11 ฟาร์ม ซึ่งแต่ละฟาร์มมีผู้สนใจมาท่องเที่ยว ศึกษาเรียนรู้กิจกรรมด้านการเกษตรจำนวนหลายคณะ อีกทั้งมีการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรแบบสดและแปรรูป สร้างรายได้ประจำวัน และต่อยอดการผลิตพืชผักให้มีความแตกต่างจากฟาร์มอื่น ๆ ขณะที่ผู้ปฏิบัติงานภายในฟาร์ม สามารถนำความรู้จากการปฏิบัติงานไปปรับประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพในที่ดินของตนเองได้

นอกจากนี้ ยังทรงห่วงใยในการประกอบอาชีพของชาวประมงพื้นบ้านชายฝั่งทะเลในจังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานีที่มีฐานะยากจนใช้เรือเล็กในการออกหาปลา จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดสร้างปะการังเทียม เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลทั้ง 2 จังหวัด โดยหน่วยงานต่าง ๆ ให้การสนับสนุนวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน มีน้ำหนักมาก สามารถต้านทานกระแสน้ำ ได้แก่ ตู้รถไฟ รถถัง รถเก็บขยะมูลฝอย  และท่อหรือกล่องคอนกรีต นำไปวางรวมกลุ่มกันในบริเวณชายฝั่งที่เหมาะสมเพื่อใช้ทำปะการังเทียม ซึ่งเป็นการเลียนแบบธรรมชาติ ที่ไม่ทำลายสภาพแวดล้อมใต้ทะเลที่มีอยู่เดิม ให้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล โดยวัสดุที่ไปวางห่างจากชายฝั่งประมาณ 11 – 12 กิโลเมตร  ความลึกของน้ำประมาณ 25 – 30 เมตร ทำให้ไม่มีผลกระทบในการเดินเรือและมีการนำไปวางอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างบ้านให้สัตว์ทะเลได้อาศัย  ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ประมงก็ได้ให้ความรู้แก่ชาวประมงท้องถิ่น เรื่องการใช้เครื่องมือให้เหมาะสมในการทำการประมง เพื่อรักษาทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืนไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน   และสุดท้ายขอกล่าวถึง โครงการสวนป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ให้เป็นป่าในหมู่บ้านและชุมชน และโครงการเฉลิมพระเกียรติเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา  ดำเนินการในปี พ.ศ.2535 โดยจัดตั้งขึ้นจำนวน 4 แห่ง ทั่วประเทศ โดยใช้ชื่อว่า   “สวนรวมพรรณไม้ป่า 60 พรรษามหาราชินี”   สำหรับจังหวัดนราธิวาส ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลสุไหงปาดี  อำเภอสุไหงปาดี พื้นที่ประมาณ 100 ไร่ มีการสำรวจ เก็บรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าและขยายพันธุ์ นำมาปลูกแยกเป็นหมวดหมู่ เช่น ต้นปาล์มบังสูรย์ ซึ่งได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นปาล์มที่สวยที่สุด  ต้นมะหาด เนียง แซะ ทัง กาหลอ ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นไม้ป่าหายากและใกล้จะสูญพันธุ์  สถานที่แห่งนี้ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไป นักเรียน เยาวชน ในพื้นที่รอบข้างและนักท่องเที่ยว เข้าไปเที่ยวชมสวนป่า วาดภาพระบายสี มีการสาธิตการปีนต้นไม้เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ การเพาะชำกล้าไม้ การทำปุ๋ยหมัก เป็นต้น

            พระราชดำรัส ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ที่พระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ ในโอกาสเข้าเฝ้าฯ ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 11 สิงหาคม 2535    ความตอนหนึ่งว่า  “…เราเรียกแผ่นดินนี้ว่าแผ่นดินแม่ เพราะแผ่นดินนี้เป็นที่เกิดและเลี้ยงดูคนไทยมากว่า 700 ปี  ควรที่เราทั้งหลายจะบำรุงรักษาแผ่นดินให้คงความอุดมสมบูรณ์ไว้  ถ้าเรามัวแต่ตักตวงผลประโยชน์จากแผ่นดิน…  สักวันหนึ่งแผ่นดินแม่คงตายจากเราไปโดยไม่มีวันหวนกลับคืนมา คงเหลือไว้ซึ่งพื้นดินที่แห้งแล้ง สิ้นสภาพจากการเป็นดินที่จะทำการเพาะปลูกได้ คงจะมีแต่ฝุ่นตลบไปหมด  เสมือนแผ่นดินที่ไร้วิญญาณไร้ความหมายใด ๆ ต่อชีวิตบนผืนโลก  ขณะนี้เรายังมีเวลาและโอกาสที่จะฟื้นฟูรักษาแผ่นดินแม่…” เป็นสิ่งที่พสกนิกรชาวไทยควรรักษาและหวงแหนแผ่นดินไทยของเราให้มีความอุดมสมบูรณ์ทุกพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระราชทานไว้ให้พสกนิกรชาวไทยยังมีมากมายหลายร้อยโครงการที่สร้างความกินดี อยู่ดี ให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมาจนตราบทุกวันนี้

ชาวจังหวัดนราธิวาสต่างรู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินที่คอยปกป้องดูแลลูกอย่างดีที่สุดตลอดมา ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

…ขวัญจิรา  สุวรรณ … ชาวจังหวัดนราธิวาส