อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น สร้างสุขให้ราษฎร

อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ได้รับการบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์ ภายหลังจากที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 60ปีได้รับความเสียหาย เพราะเกิดอุทกภัยจากพายุโซนร้อนเซินกา เมื่อปี 2560  ทำให้เกิดภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องในวันที่27และ 28กรกฎาคม 2560 ปริมาณน้ำฝนอยู่ที่245มิลลิเมตร น้ำไหลข้ามทำนบดินบ่าเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนของประชาชน   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือสำนักงาน กปร. เร่งดำเนินการปรับปรุงอ่างเก็บน้ำให้ใช้การได้โดยเร็ว ต่อมาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2560 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ทั้งนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2563 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และคณะเดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้  พร้อมกับรับฟังบรรยายสรุปความก้าวหน้าและการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น

 

เดิมอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นมีขนาดความจุ 2,400,000 ลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีขนาดความจุเพิ่มขึ้นที่ระดับเก็บกักเป็น 3,000,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมทำหน้าที่ส่งต่อสายธารแห่งพระมหากรุณาธิคุณเพื่อให้ราษฎรอำเภอเมืองสกลนคร จำนวน 1,223 ครัวเรือน 4,584 คน มีน้ำสำหรับใช้ทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ สนับสนุนพื้นที่ทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง จำนวน 1,000 ไร่ และฤดูฝน จำนวน 3,000 ไร่ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) เพื่อบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำห้วยทรายขมิ้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายบุญส่ง มั่นคงหัตร์ เกษตรกร บ้านน้อยหัวคู ตำบลขมิ้น อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เล่าว่าหลังจากน้ำท่วม ตนได้เดินทางมาอยู่ที่จังหวัดสกลนครซึ่งเป็นบ้านของภรรยา ได้นำอาชีพเพาะเห็ดที่เคยทำสมัยอยู่บ้านของตนเองที่จังหวัดเพชรบุรี มาใช้เป็นอาชีพฟื้นฟูการทำกินของครอบครัว เนื่องจากการเพาะเห็ดนางฟ้าจากฟางข้าวใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง  และยังทำการเกษตรแบบผสมผสาน โดยใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น

พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบอุทกภัย โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น และฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ได้บรรเทาทุกข์ให้กับราษฎร ฟื้นฟูอาชีพได้อย่างยั่งยืน.