กรมทรัพยากรน้ำบาดาลนำคณะผู้แทน กปร.ตรวจเยี่ยมการหาแหล่งน้ำบาดาลช่วยภัยแล้ง

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยผู้บริหารของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล  นำผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ประกอบด้วยนางศศิพร ปาณิกบุตร ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการพื้นที่ 1 (ภาคกลาง) ,นายเอกชัย เพ็งสว่าง ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานพื้นที่ 13 ลงพื้นที่ติดตามการการดำเนิน โครงการสำรวจศึกษาและพัฒนาน้ำบาดาลในแหล่งกักเก็บในหินแข็งระดับลึก ในพื้นที่ธรณีวิทยาโครงสร้างซับซ้อน ณ ตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี และโครงการสำรวจศึกษา และโครงการศึกษานำร่องรูปแบบระบบส่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาความขาดแคลนน้ำในพื้นที่ขอบแอ่งเจ้าพระยาตอนล่าง ที่บ้านหนองบัว หมู่ที่ 7 บ้านหนองศาลา หมู่ที่3 ตำบลตลิ่งชัน อําเภอเมือง และตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี

โดยนายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 (สุพรรณบุรี) และคณะได้นำเสนอการจัดทำแผนงานหรือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกับรับฟังข้อคิดเห็นของส่วนราชการในท้องที่และประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำ

ทั้งนี้ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปลายปี 2562 จนถึงต้นปี 2563 จังหวัดสุพรรณบุรี ประสบปัญหาภัยแล้งมากกว่าในทุกปีๆ ที่ผ่านมา ฝนตกน้อย และน้ำในคลองชลประทานแห้งขอด โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน ตำบลสนามคลี อำเภอเมือง และตำบลไร่รถ อำเภอดอนเจดีย์ ประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อน ทั้งการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นผลิตผลขึ้นชื่อของจังหวัดมากกว่า 3,000 ไร่ ยืนต้นตายเพราะขาดแคลนน้ำ ต้องลงทุนปลูกใหม่ทั้งหมด ทำให้หนี้สินครัวเรือนมากขึ้น

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจึงได้ดำเนินโครงการศึกษานำร่องรูปแบบระบบส่งน้ำบาดาลระยะไกลเพื่อแก้ไขปัญหาความขาดแคลนน้ำในพื้นที่ขอบแอ่งเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อศึกษาศักยภาพและผลกระทบการใช้น้ำในพื้นที่ รวมทั้งศึกษาแนวทางการบริหารจัดการระบบรูปแบบการส่งน้ำบาดาลระยะไกลสำหรับการอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม พร้อมส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร ให้ประชาชนสามารถใช้น้ำบาดาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินการเจาะน้ำบาดาลแล้ว จำนวน 18 บ่อ ได้ปริมาณน้ำมากกว่า 420 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง หรือประมาณ 2.50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี พร้อมติดตั้งสถานีสังเกตการณ์ จำนวน 3 สถานี หอถังเหล็กเก็บน้ำชนิดรักษาแรงดัน ความสูง 30 เมตร ความจุ 300 ลูกบาศก์เมตร จำนวน  1 หอถัง และหอถังเก็บน้ำ ความสูง 15 เมตร ความจุ 150 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 4 หอถัง พร้อมทั้งระบบเชื่อมต่อเข้าท่อประปาเดิมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และติดตั้งระบบตรวจวัดแสดงผลอัตโนมัติ เพื่อติดตามปริมาณการสูบน้ำบาดาลและระดับน้ำบาดาล นอกจากนี้ ยังได้สร้างศูนย์เรียนรู้ด้านน้ำบาดาล พร้อมระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำและจุดบริการน้ำแร่ เพื่อบริการน้ำอุปโภคบริโภค พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับน้ำบาดาลแก่ประชาชนที่มาใช้บริการอีกด้วย โดยน้ำบาดาล ที่เจาะได้ มีอายุประมาณ 10,750 ปี เป็นน้ำแร่ที่มีคุณภาพดีมาก