38ปีศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯสร้างอาชีพให้ราษฎร

จิ้งหรีดถูกเลี้ยงในกระบะ เป็นอาชีพเสริมของนางสุภารักษ์ จันทรโสติ ชาวบ้านโพนงาม ตำบลนาม่อง อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร  ที่ได้รับความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้มีรายได้เสริมจากการทำนาเพื่อบริโภค ซึ่งการเลี้ยงจิ้งหรีดจะเน้นการเพาะขยายพันธุ์เอง และให้พืชผักในพื้นที่เป็นอาหารโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย มีแม่ค้ามารับซื้อถึงที่ในราคากิโลกรัมละ 150บาท ได้รับรายได้ทุก 2เดือน

เช่นเดียวกับ นางบองมาง พิชัยคำ ชาวบ้านนาเลา ตำบลบึงทวาย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ได้รับความรู้ด้านการทำเกษตรผสมผสาน จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเล่าว่าอดีตยากไร้มากเพราะไม่มีน้ำทำนา ตั้งแต่มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำให้มีแหล่งน้ำ ทำการเกษตรได้ผลผลิตดี มีรายได้จากการขายไม้ผล เช่น มะม่วง ลิ้นจี่ มะพร้าว แล้วยังเพาะเห็ด เลี้ยงหมู ไก่ กบและปลา ขายสร้างรายได้หลังจากเหลือบริโภค ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นางสุภารักษ์ จันทรโสติ และนางบองมาง พิชัยคำ เป็นตัวอย่างประชาชนในพื้นที่รอบศูนย์ศึกษาฯนำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ จนพึ่งพาตนเองได้ สมดังพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ให้เป็นสถานที่ศึกษาทดลองแบบเบ็ดเสร็จ ทั้งการพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ ฟื้นฟูป่า วางแผนปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ โดยมีประชาชนเข้าเยี่ยมชมศึกษาฝีกอบรม และนำไปปฏิบัติจนเป็นอาชีพในพื้นที่ของตนเอง จนมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

      ในโอกาสที่นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “38 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อพัฒนาชีวิตที่ยั่งยืน” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร พบว่าการดำเนินงานตลอด 38ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ได้พัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์แห่งการเรียนรู้และให้บริการด้านวิชาการและเทคนิคต่าง ๆ ในด้านการเกษตร ทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และการประกอบอาชีพของราษฎรในท้องถิ่น

      โดยนายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยศูนย๋ศึกษาฯแห่งนี้แรกเริ่มก่อตั้งมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย ป่าไม้ถูกแผ้วถางทำลาย ถูกตัดและเผา จึงเริ่มต้นด้วยการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยหน่วยงานด้านการเกษตร และสิ่งแวดล้อมมาร่วมกันดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ จากนั้นได้ทำการศึกษาวิจัยทดลองเพื่อนำความรู้เผยแพร่ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นศึกษาพืชและสัตว์ในท้องถิ่นและตามสภาพภูมิสังคม

              ขณะที่นายโรจน์วัฒน์ อินทร์ทุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปิดเผยว่า ศูนย์ฯได้นำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา ทดลอง ถ่ายทอดให้แก่ราษฎรในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การให้คำปรึกษา การจัดฝึกอบรม การส่งเสริม และการขยายผล โดยในปีงบประมาณ 2563 มีผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน รวม 45,161 คน

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ งดรับคณะศึกษาดูงานในช่วงระหว่างเดือนมีนาคม ถึง กรกฎาคม 2563 โดยจัดฝึกอบรมในรูปแบบต่าง ๆ  อาทิ การอบรมออนไลน์ การอบรมแบบกลุ่มย่อย การอบรมผ่านโปรแกรมต่าง ๆ โดยมีผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวนรวม 4,463 คน

พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริในการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ช่วยแก้ปัญหายากไร้ให้กับประชาชน และยังต่อยอดการพัฒนาด้วยงานวิจัยที่ศูนย์ฯแห่งนี้ดำเนินการภายใต้หลักคิดพัฒนาพืชและสัตว์ตามสภาพภูมิประเทศ ภูมิสังคม ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน.