ปิดทองหลังพระฯเดินหน้าสร้างรายได้เกษตรกร 4.8 พันล้านบาทภายใน5ปี

ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ แถลงผลการดำเนินงาน ผ่านระบบออนไลน์ ถึงแผนงานระยะ 5 ปี 2564-2568ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดตัวชี้วัด ชุมชนพื้นที่ต้นแบบเดิม จากการอยู่รอด สู่ความพอเพียงและยั่งยืนตามพระราชดำริ โดยตั้งเป้าหมายมีครัวเรือนประยุกต์ทฤษฎีใหม่ 6,433 ครัวเรือน มีรายได้ภาคการเกษตร 120,000 บาท/ครัวเรือน/ปี สูงกว่าเส้นความยากจน (102,763 บาท/ครัวเรือน/ปี) รายได้ทางการเกษตร 3,088 ล้านบาท  พื้นที่ชายแดนใต้ เกิดครูภูมิปัญญาเกษตร 200 คน และรายได้ทางเกษตร 1,800 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ชายแดนเหนือ จะร่วมพัฒนาโครงการกับท้องถิ่น 280 หมู่บ้าน

แผนนี้สอดคล้องกับการทำงาน 10 ปีที่ผ่านมาของสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ที่ทำงานร่วมกับชุมชนและข้าราชการ ในการพัฒนาแหล่งน้ำและสร้างฝาย 6,259 แห่ง ส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชน ทำให้เกิดรายได้จากการเกษตรทั้งในพื้นที่ต้นแบบและขยายผล รวม 2,956 ล้านบาท ประชาชนเข้าร่วมพัฒนาตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ต้นแบบและขยายผลรวม 75,841 ครัวเรือน

          เพิ่มพื้นที่ป่า 2.09 แสนไร่ในจังหวัดน่าน เพิ่มพื้นที่ป่า 6 พันไร่ ในอุทัยธานี และยุติการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้นอย่างสมบูรณ์ในเพชรบุรี ประชาชนในบางพื้นที่ผ่านจากความอยู่รอดและเริ่มเข้าสู่ระดับความพอเพียง มีการจัดตั้งกลุ่มอาชีพ บริหารจัดการกันเอง รวมกัน 67 กลุ่ม มีเงินทุนรวม 12 ล้านบาท การรวมตัวบริหารทรัพยากรธรรมชาติ 55 กลุ่ม       การฝึกอบรมการพัฒนาตามแนวพระราชดำริให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ 11,347 คน เพื่อให้เกิดการนำเอาไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ

           นอกจากนี้ ยังวางแผนการรับมือภัยแล้งปี 2563 โดยใช้พื้นที่นำร่องที่จังหวัดอุดรธานี เป็นเครือข่ายการทำงานระหว่างจังหวัด หน่วยงาน และภาคเอกชน พัฒนาอาชีพเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้น้ำน้อย มีภาคเอกชนร่วมมือด้านการตลาด อาทิ ซีพี. เบทาโกรฯ เทสโก้ โลตัส ขณะที่หน่วยงานต่างๆของกระทรวงเกษตรฯจะประชุมร่วมกับชาวบ้าน เพื่อรับทราบความต้องการของชาวบ้านและให้ชาวบ้านเลือกแนวทางและวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง

สำหรับชาวบ้านที่มาร่วมแผนงาน 19ราย มีที่ดินติดแหล่งน้ำและพร้อมเปิดให้เพื่อนบ้านเข้ามาใช้ประโยชน์ ขณะที่ปิดทองหลังพระฯลงทุนด้านโรงเรือน ระบบน้ำหยด แล้วให้เกษตรกรจ่ายคืนภายหลังโดยไม่คิดดอกเบี้ย มีการจัดระบบการทำงานแบบทฤษฏีใหม่อย่างประณีตและ “แม่นยำ” วันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง โดยจะต้องตรวจเช็คอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีมาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาดที่ให้ราคาสูง

ทั้งนี้คาดว่าโครงการนี้จะคืนทุนภายใน3ปี จะทำให้เกษตรกรเป็นเจ้าของโรงเรือนและระบบน้ำ มีความรู้ในการผลิตพืชผักที่มีมาตรฐานสูง และมีตลาดรองรับสินค้าอย่างสม่ำเสมอ